พระเหรียญ
อัพเดทล่าสุด: 18 มิ.ย. 2025
587 ผู้เข้าชม

พระเหรียญ เป็นหนึ่งในรูปแบบวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เป็นพระเครื่องที่สร้างขึ้นจากโลหะหลากหลายชนิด โดยการปั๊มหรือหล่อเป็นรูปพระพุทธรูป พระเกจิอาจารย์ หรือสัญลักษณ์มงคลต่างๆ ด้วยรูปทรงที่กะทัดรัด แข็งแรง ทนทาน และพุทธศิลป์ที่งดงาม ทำให้พระเหรียญเป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้ศรัทธามาอย่างยาวนาน
ประวัติความเป็นมาของพระเหรียญในประเทศไทย
การสร้างพระเหรียญในประเทศไทยเริ่มขึ้นในช่วงปลายสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเชื่อกันว่า พระเหรียญรุ่นแรก ที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือ เหรียญพระพุทธบาทสระบุรี ปี พ.ศ. 2400 ที่จัดสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แต่ในยุคแรกๆ การสร้างพระเหรียญยังไม่แพร่หลายนัก
ต่อมาในช่วง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 การสร้างพระเหรียญเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะเหรียญที่ระลึกในงานสำคัญต่างๆ และเหรียญที่สร้างโดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เช่น เหรียญพระพุทธชินราชอินโดจีน ปี พ.ศ. 2485 ที่สร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อแจกจ่ายให้ทหารและประชาชน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระเหรียญได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและเป็นที่ประจักษ์ในพุทธคุณ
ประเภทและลักษณะของพระเหรียญ
พระเหรียญสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามลักษณะการสร้างและยุคสมัย:
พระเหรียญหล่อโบราณ:
ลักษณะ: สร้างด้วยวิธีการหล่อโลหะแบบโบราณ ทำให้พระแต่ละองค์อาจมีรายละเอียดไม่คมชัดเท่าการปั๊ม และมักมีร่องรอยตะเข็บข้าง หรือเนื้อเกินจากการหล่อ
วัสดุ: ส่วนใหญ่มักเป็นเนื้อโลหะผสม เช่น ทองเหลือง ทองแดง สัมฤทธิ์ หรือนวโลหะ (โลหะ 9 ชนิด)
ความนิยม: เป็นที่นิยมอย่างสูงเนื่องจากเป็นพระที่สร้างในยุคแรกๆ และมักเป็นของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีต เช่น พระหล่อโบราณหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
พระเหรียญปั๊ม:
ลักษณะ: สร้างด้วยวิธีการปั๊มโลหะด้วยเครื่องจักร ทำให้ได้รายละเอียดที่คมชัด สวยงาม และสามารถสร้างได้จำนวนมาก
วัสดุ: นิยมสร้างจากทองแดง ทองเหลือง เงิน นิกเกิล อัลปาก้า หรือแม้กระทั่งทองคำ
ความนิยม: เป็นพระเหรียญที่พบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน มีหลากหลายรุ่นและรูปแบบ
พระเหรียญที่ระลึก:
ลักษณะ: สร้างขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานฉลองอายุครบของพระเกจิอาจารย์ งานสร้างเสนาสนะของวัด หรือเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา
ความสำคัญ: มีคุณค่าทั้งในด้านพุทธคุณและความทรงจำทางประวัติศาสตร์
รูปทรงของพระเหรียญ: มีหลากหลายรูปแบบ เช่น เหรียญกลม เหรียญไข่ เหรียญเสมา เหรียญรูปทรงอาร์ม เหรียญรูปทรงจอบ หรือรูปทรงพิเศษอื่นๆ ตามวาระ
พุทธคุณและความเชื่อ
พระเหรียญเป็นวัตถุมงคลที่ผู้ศรัทธาเชื่อมั่นในพุทธคุณอันหลากหลาย:
แคล้วคลาดปลอดภัย: ช่วยปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากภยันตราย อุบัติเหตุ และสิ่งไม่ดีทั้งปวง
คงกระพันชาตรี: ป้องกันศาสตราวุธและทำให้ผิวหนังทนทานต่อคมมีด หรือกระสุนปืน (โดยเฉพาะเหรียญของพระเกจิอาจารย์ที่เก่งด้านนี้)
เมตตามหานิยม: เสริมเสน่ห์ให้ผู้คนรักใคร่เอ็นดู มีคนอุปถัมภ์ค้ำจุน
โชคลาภ: ดึงดูดทรัพย์สิน เงินทอง ความเจริญรุ่งเรือง
มหาอุตม์: ป้องกันอันตรายจากปืนและของมีคม
ค้าขายดี: ส่งเสริมการค้าให้เจริญรุ่งเรือง
การสะสมและพิจารณาพระเหรียญ
การสะสมพระเหรียญเป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย การพิจารณาพระเหรียญแท้ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์อย่างมาก:
พิมพ์ทรง: จดจำรายละเอียดของพิมพ์ทรง ตำหนิสำคัญต่างๆ ของพระเหรียญรุ่นนั้นๆ
เนื้อหาและความเก่า: สังเกตลักษณะเนื้อโลหะ ความเก่าธรรมชาติ คราบไคล สนิม และความสึกหรอตามกาลเวลา
ขอบเหรียญ: เป็นจุดสำคัญในการพิจารณาพระเหรียญปั๊ม โดยเฉพาะรอยตัดขอบ รอยเลื่อย หรือร่องรอยการปลิ้นของเนื้อโลหะ
โค้ดและหมายเลข: พระเหรียญบางรุ่นมีการตอกโค้ด หรือหมายเลขกำกับ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการตรวจสอบความแท้และจำนวนการสร้าง
ธรรมชาติการสร้าง: พระแท้จะมีธรรมชาติของกระบวนการสร้างในยุคนั้นๆ เช่น รอยจารมือ รอยตะไบ หรือรอยปั๊มที่ไม่สมบูรณ์ในบางจุด
ข้อควรระวัง: ควรเช่าบูชาพระเหรียญจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงพระปลอม
บทสรุป
พระเหรียญ ไม่ใช่เพียงวัตถุมงคลธรรมดา แต่ยังเป็นงานศิลปะบนโลหะที่สะท้อนถึงศรัทธา ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาในประเทศไทย คุณค่าของพระเหรียญไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่พุทธคุณ ความหายาก และคุณค่าทางใจของผู้ที่ได้ครอบครอง
คุณมีพระเหรียญรุ่นใดที่ประทับใจเป็นพิเศษหรือไม่?
ประวัติความเป็นมาของพระเหรียญในประเทศไทย
การสร้างพระเหรียญในประเทศไทยเริ่มขึ้นในช่วงปลายสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเชื่อกันว่า พระเหรียญรุ่นแรก ที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือ เหรียญพระพุทธบาทสระบุรี ปี พ.ศ. 2400 ที่จัดสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แต่ในยุคแรกๆ การสร้างพระเหรียญยังไม่แพร่หลายนัก
ต่อมาในช่วง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 การสร้างพระเหรียญเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะเหรียญที่ระลึกในงานสำคัญต่างๆ และเหรียญที่สร้างโดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เช่น เหรียญพระพุทธชินราชอินโดจีน ปี พ.ศ. 2485 ที่สร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อแจกจ่ายให้ทหารและประชาชน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระเหรียญได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและเป็นที่ประจักษ์ในพุทธคุณ
ประเภทและลักษณะของพระเหรียญ
พระเหรียญสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามลักษณะการสร้างและยุคสมัย:
พระเหรียญหล่อโบราณ:
ลักษณะ: สร้างด้วยวิธีการหล่อโลหะแบบโบราณ ทำให้พระแต่ละองค์อาจมีรายละเอียดไม่คมชัดเท่าการปั๊ม และมักมีร่องรอยตะเข็บข้าง หรือเนื้อเกินจากการหล่อ
วัสดุ: ส่วนใหญ่มักเป็นเนื้อโลหะผสม เช่น ทองเหลือง ทองแดง สัมฤทธิ์ หรือนวโลหะ (โลหะ 9 ชนิด)
ความนิยม: เป็นที่นิยมอย่างสูงเนื่องจากเป็นพระที่สร้างในยุคแรกๆ และมักเป็นของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีต เช่น พระหล่อโบราณหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
พระเหรียญปั๊ม:
ลักษณะ: สร้างด้วยวิธีการปั๊มโลหะด้วยเครื่องจักร ทำให้ได้รายละเอียดที่คมชัด สวยงาม และสามารถสร้างได้จำนวนมาก
วัสดุ: นิยมสร้างจากทองแดง ทองเหลือง เงิน นิกเกิล อัลปาก้า หรือแม้กระทั่งทองคำ
ความนิยม: เป็นพระเหรียญที่พบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน มีหลากหลายรุ่นและรูปแบบ
พระเหรียญที่ระลึก:
ลักษณะ: สร้างขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานฉลองอายุครบของพระเกจิอาจารย์ งานสร้างเสนาสนะของวัด หรือเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา
ความสำคัญ: มีคุณค่าทั้งในด้านพุทธคุณและความทรงจำทางประวัติศาสตร์
รูปทรงของพระเหรียญ: มีหลากหลายรูปแบบ เช่น เหรียญกลม เหรียญไข่ เหรียญเสมา เหรียญรูปทรงอาร์ม เหรียญรูปทรงจอบ หรือรูปทรงพิเศษอื่นๆ ตามวาระ
พุทธคุณและความเชื่อ
พระเหรียญเป็นวัตถุมงคลที่ผู้ศรัทธาเชื่อมั่นในพุทธคุณอันหลากหลาย:
แคล้วคลาดปลอดภัย: ช่วยปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากภยันตราย อุบัติเหตุ และสิ่งไม่ดีทั้งปวง
คงกระพันชาตรี: ป้องกันศาสตราวุธและทำให้ผิวหนังทนทานต่อคมมีด หรือกระสุนปืน (โดยเฉพาะเหรียญของพระเกจิอาจารย์ที่เก่งด้านนี้)
เมตตามหานิยม: เสริมเสน่ห์ให้ผู้คนรักใคร่เอ็นดู มีคนอุปถัมภ์ค้ำจุน
โชคลาภ: ดึงดูดทรัพย์สิน เงินทอง ความเจริญรุ่งเรือง
มหาอุตม์: ป้องกันอันตรายจากปืนและของมีคม
ค้าขายดี: ส่งเสริมการค้าให้เจริญรุ่งเรือง
การสะสมและพิจารณาพระเหรียญ
การสะสมพระเหรียญเป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย การพิจารณาพระเหรียญแท้ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์อย่างมาก:
พิมพ์ทรง: จดจำรายละเอียดของพิมพ์ทรง ตำหนิสำคัญต่างๆ ของพระเหรียญรุ่นนั้นๆ
เนื้อหาและความเก่า: สังเกตลักษณะเนื้อโลหะ ความเก่าธรรมชาติ คราบไคล สนิม และความสึกหรอตามกาลเวลา
ขอบเหรียญ: เป็นจุดสำคัญในการพิจารณาพระเหรียญปั๊ม โดยเฉพาะรอยตัดขอบ รอยเลื่อย หรือร่องรอยการปลิ้นของเนื้อโลหะ
โค้ดและหมายเลข: พระเหรียญบางรุ่นมีการตอกโค้ด หรือหมายเลขกำกับ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการตรวจสอบความแท้และจำนวนการสร้าง
ธรรมชาติการสร้าง: พระแท้จะมีธรรมชาติของกระบวนการสร้างในยุคนั้นๆ เช่น รอยจารมือ รอยตะไบ หรือรอยปั๊มที่ไม่สมบูรณ์ในบางจุด
ข้อควรระวัง: ควรเช่าบูชาพระเหรียญจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงพระปลอม
บทสรุป
พระเหรียญ ไม่ใช่เพียงวัตถุมงคลธรรมดา แต่ยังเป็นงานศิลปะบนโลหะที่สะท้อนถึงศรัทธา ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาในประเทศไทย คุณค่าของพระเหรียญไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่พุทธคุณ ความหายาก และคุณค่าทางใจของผู้ที่ได้ครอบครอง
คุณมีพระเหรียญรุ่นใดที่ประทับใจเป็นพิเศษหรือไม่?
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกของ "พุทธศิลป์" ความงดงามไม่ได้หยุดอยู่แค่รูปลักษณ์ภายนอก
21 ก.พ. 2026
ในโลกของงานพุทธศิลป์ "เหรียญที่ระลึก" ไม่ใช่เพียงแค่โลหะที่ถูกปั๊มขึ้นรูป แต่คือการบันทึกเรื่องราว
19 ก.พ. 2026
เพราะเครื่องประดับไม่ใช่เพียงแค่ "ของตกแต่ง"
16 ก.พ. 2026


