ชิ้นงานประติมากรรมพระพุทธรูปจาก Jinttakan Crafted & Studio ที่นำมาเสนอนี้แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานงาน หัตถศิลป์ไทยแบบดั้งเดิม เข้ากับ ความละเอียดอ่อนและร่วมสมัย โดยมีองค์ประกอบการออกแบบที่โดดเด่นและน่าสนใจ
อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ย. 2025
187 ผู้เข้าชม

1. องค์พระพุทธรูป (The Buddha Figure)
ปางสมาธิ: องค์พระพุทธรูปประทับนั่งในปางสมาธิ (Dhyana Mudra) แสดงถึงความสงบ, การตรัสรู้, และสติ โดยมีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตาและรอยยิ้มอันสงบ
รัศมี: สวมเครื่องทรงที่มี อุษณีษะ (ส่วนบนสุดของศีรษะ) และมี เกศมาลา ที่เป็นทรงเปลวเพลิงหรือดอกบัวตูม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้และความเป็นอัครบุรุษ
2. องค์ประกอบด้านหลังและซุ้มเรือนแก้ว (Aura and Canopy)
ลายกนกฉลุลาย: ส่วนของฉากหลังหรือซุ้มเรือนแก้ว (Aureole/Mandorla) ถูกออกแบบให้เป็นลายกนกหรือลายไทยที่ ฉลุลาย อย่างละเอียดอ่อน มีเส้นสายที่พลิ้วไหวและอ่อนช้อย ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง
ตุ้มห้อยประดับ: มีตุ้มประดับเล็ก ๆ ห้อยลงมาจากซุ้มเรือนแก้ว ประดับด้วยอัญมณีสีม่วง ซึ่งช่วยเพิ่มมิติและความรู้สึกเคลื่อนไหวให้กับชิ้นงาน (เห็นชัดในภาพที่ 1)
3. แท่นฐานและองค์ประกอบพิเศษ (Pedestal and Special Elements)
งานศิลป์ชิ้นนี้โดดเด่นด้วยการใช้แท่นฐานที่มีความหมายทางพุทธศิลป์ที่แตกต่างกันในแต่ละภาพ
A. องค์ประกอบในภาพที่ 1: แท่นฐานดอกบัว
ฐานบัวคว่ำบัวหงาย: องค์พระประทับบนแท่นฐานที่มีลักษณะคล้าย ดอกบัว (Padmasana) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการหลุดพ้นจากวัฏสงสาร
อัญมณีประดับ: มีการประดับ อัญมณีสีม่วง (อาจเป็นพลอย, เพชรรัสเซีย หรือวัสดุอื่น ๆ) ทั้งบริเวณกลีบดอกบัวและขอบฐาน ช่วยสร้างความรู้สึกหรูหราและศักดิ์สิทธิ์
ฐานนาค: ฐานล่างสุดมีลักษณะคล้ายลำตัวหรือเศียรของ พญานาค ที่ยกตัวขึ้นสองข้าง แสดงให้เห็นถึงการรวมเอาลวดลายเทพนิยายในพุทธศาสนามาใช้
B. องค์ประกอบในภาพที่ 2: พระปางนาคปรก (The Naga Protection)
พญานาค: จุดเด่นของภาพนี้คือการนำเสนอ พระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งเป็นปางที่ระลึกถึงเหตุการณ์ที่พญานาคชื่อ มุจลินท์ ได้แผ่พังพานกำบังฝนให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขณะทรงบำเพ็ญเพียร
โครงสร้างนาค:
เศียรนาค: มีเศียรนาคหลายเศียรแผ่พังพานอยู่ด้านหลังพระเศียร (มีการใช้สีน้ำเงินอมม่วงและดำผสมผสานกับสีเงิน ซึ่งสร้างมิติที่น่าสนใจ)
ลำตัวนาค: ลำตัวนาคพันรอบองค์พระพุทธรูปหลายชั้น สร้างเป็นเหมือนที่กำบัง ทำให้ชิ้นงานดูมีพลังและน่าเกรงขาม
4. วัสดุและโทนสี (Materials and Color Palette)
โทนสี: เน้นสี เงิน/ขาวมุก เป็นสีหลัก ซึ่งสื่อถึงความบริสุทธิ์และสงบ ผสมผสานกับสี ม่วง/พลอยชมพู ซึ่งให้ความรู้สึกสูงศักดิ์และลึกลับ และสี ทอง/เหลืองอำพัน ที่รัศมี (ในภาพที่ 2) แสดงถึงความเจิดจรัสของการตรัสรู้
ฐานรอง: การใช้ ฐานไม้ สีเข้ม (น้ำตาลเข้ม) ช่วยขับเน้นให้องค์พระพุทธรูปสีเงินดูโดดเด่นและเป็นสง่ามากยิ่งขึ้น
สรุปแนวคิดการออกแบบ
การออกแบบของ Jinttakan Crafted & Studio ชิ้นนี้เป็นการตีความงาน พุทธศิลป์ไทยแบบประเพณี ด้วยการใช้ เทคนิคและวัสดุสมัยใหม่ มีการให้ความสำคัญกับ รายละเอียดของลวดลายกนก (Ornamental Filigree) และ สัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา (เช่น ดอกบัว, นาค) อย่างมาก ชิ้นงานจึงไม่ได้เป็นเพียงประติมากรรมศาสนา แต่ยังเป็นงาน เครื่องประดับชั้นสูง ที่สื่อถึงความเชื่อ, ศรัทธา, และความวิจิตรงดงามของงานหัตถศิลป์ไทยได้อย่างลงตัว
ปางสมาธิ: องค์พระพุทธรูปประทับนั่งในปางสมาธิ (Dhyana Mudra) แสดงถึงความสงบ, การตรัสรู้, และสติ โดยมีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตาและรอยยิ้มอันสงบ
รัศมี: สวมเครื่องทรงที่มี อุษณีษะ (ส่วนบนสุดของศีรษะ) และมี เกศมาลา ที่เป็นทรงเปลวเพลิงหรือดอกบัวตูม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้และความเป็นอัครบุรุษ
2. องค์ประกอบด้านหลังและซุ้มเรือนแก้ว (Aura and Canopy)
ลายกนกฉลุลาย: ส่วนของฉากหลังหรือซุ้มเรือนแก้ว (Aureole/Mandorla) ถูกออกแบบให้เป็นลายกนกหรือลายไทยที่ ฉลุลาย อย่างละเอียดอ่อน มีเส้นสายที่พลิ้วไหวและอ่อนช้อย ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง
ตุ้มห้อยประดับ: มีตุ้มประดับเล็ก ๆ ห้อยลงมาจากซุ้มเรือนแก้ว ประดับด้วยอัญมณีสีม่วง ซึ่งช่วยเพิ่มมิติและความรู้สึกเคลื่อนไหวให้กับชิ้นงาน (เห็นชัดในภาพที่ 1)
3. แท่นฐานและองค์ประกอบพิเศษ (Pedestal and Special Elements)
งานศิลป์ชิ้นนี้โดดเด่นด้วยการใช้แท่นฐานที่มีความหมายทางพุทธศิลป์ที่แตกต่างกันในแต่ละภาพ
A. องค์ประกอบในภาพที่ 1: แท่นฐานดอกบัว
ฐานบัวคว่ำบัวหงาย: องค์พระประทับบนแท่นฐานที่มีลักษณะคล้าย ดอกบัว (Padmasana) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการหลุดพ้นจากวัฏสงสาร
อัญมณีประดับ: มีการประดับ อัญมณีสีม่วง (อาจเป็นพลอย, เพชรรัสเซีย หรือวัสดุอื่น ๆ) ทั้งบริเวณกลีบดอกบัวและขอบฐาน ช่วยสร้างความรู้สึกหรูหราและศักดิ์สิทธิ์
ฐานนาค: ฐานล่างสุดมีลักษณะคล้ายลำตัวหรือเศียรของ พญานาค ที่ยกตัวขึ้นสองข้าง แสดงให้เห็นถึงการรวมเอาลวดลายเทพนิยายในพุทธศาสนามาใช้
B. องค์ประกอบในภาพที่ 2: พระปางนาคปรก (The Naga Protection)
พญานาค: จุดเด่นของภาพนี้คือการนำเสนอ พระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งเป็นปางที่ระลึกถึงเหตุการณ์ที่พญานาคชื่อ มุจลินท์ ได้แผ่พังพานกำบังฝนให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขณะทรงบำเพ็ญเพียร
โครงสร้างนาค:
เศียรนาค: มีเศียรนาคหลายเศียรแผ่พังพานอยู่ด้านหลังพระเศียร (มีการใช้สีน้ำเงินอมม่วงและดำผสมผสานกับสีเงิน ซึ่งสร้างมิติที่น่าสนใจ)
ลำตัวนาค: ลำตัวนาคพันรอบองค์พระพุทธรูปหลายชั้น สร้างเป็นเหมือนที่กำบัง ทำให้ชิ้นงานดูมีพลังและน่าเกรงขาม
4. วัสดุและโทนสี (Materials and Color Palette)
โทนสี: เน้นสี เงิน/ขาวมุก เป็นสีหลัก ซึ่งสื่อถึงความบริสุทธิ์และสงบ ผสมผสานกับสี ม่วง/พลอยชมพู ซึ่งให้ความรู้สึกสูงศักดิ์และลึกลับ และสี ทอง/เหลืองอำพัน ที่รัศมี (ในภาพที่ 2) แสดงถึงความเจิดจรัสของการตรัสรู้
ฐานรอง: การใช้ ฐานไม้ สีเข้ม (น้ำตาลเข้ม) ช่วยขับเน้นให้องค์พระพุทธรูปสีเงินดูโดดเด่นและเป็นสง่ามากยิ่งขึ้น
สรุปแนวคิดการออกแบบ
การออกแบบของ Jinttakan Crafted & Studio ชิ้นนี้เป็นการตีความงาน พุทธศิลป์ไทยแบบประเพณี ด้วยการใช้ เทคนิคและวัสดุสมัยใหม่ มีการให้ความสำคัญกับ รายละเอียดของลวดลายกนก (Ornamental Filigree) และ สัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา (เช่น ดอกบัว, นาค) อย่างมาก ชิ้นงานจึงไม่ได้เป็นเพียงประติมากรรมศาสนา แต่ยังเป็นงาน เครื่องประดับชั้นสูง ที่สื่อถึงความเชื่อ, ศรัทธา, และความวิจิตรงดงามของงานหัตถศิลป์ไทยได้อย่างลงตัว
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกของ "พุทธศิลป์" ความงดงามไม่ได้หยุดอยู่แค่รูปลักษณ์ภายนอก
21 ก.พ. 2026
ในโลกของงานพุทธศิลป์ "เหรียญที่ระลึก" ไม่ใช่เพียงแค่โลหะที่ถูกปั๊มขึ้นรูป แต่คือการบันทึกเรื่องราว
19 ก.พ. 2026
เพราะเครื่องประดับไม่ใช่เพียงแค่ "ของตกแต่ง"
16 ก.พ. 2026


